M88 แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์
w88
นวัตกรรมของการทำบั้งไฟ - M88
m88

นวัตกรรมของการทำบั้งไฟ

นวัตกรรมของการทำบั้งไฟ
จากขี้เจียคั่วถึวขี้เจียดิบ
เมื่อมีการใช้เลาบั้งไฟที่ทำจากท่อพีวีซีหรือพลาสลอน ทำให้มีการดัดแปลงสูตรของดินปืน เพื่อไม่ให้การลุกไหม้ทำให้เกิดความร้อนมาก จนกระทั้งค้นพบว่าการไม่คั่วดินประสิว (ขี้เจีย) ก่อนบดผสมกับถ่าน ทำให้ได้ดินปืนที่ไม่ทำให้เกิดความร้อนมาก หรือไม่แรงเหมือนกับดินปืนที่ผสมดินประสิวคั่ว
การที่ดินปืนไม่แรง ทำให้ดินปืนเผาไหม้ได้นาน อีกทั้งไม่เป็นอันตรายในขณะตำหรืออัด เนื่องจากดินประสิวที่ไม่ได้คั่วจะไม่ติดไฟ อีกทั้งเลาบั้งไฟที่ทำจากท่อพีวีซีมีน้ำหนักเบา การใช้ดินปืนไม่แรงก็สามารถส่งตัวบั้งไฟขึ้นได้ และขึ้นได้นานกว่าดินปืนที่ผสมดินประสิวคั่ว ต่อมาการทำดินปืนจึงไม่นิยมใช้ดินประสิวคั่วเหมือนในอดีต
ควบคู่กับการพัฒนาเลาบั่งไฟ คือกระบวนการบรรจุดินปืน ในอดีต ขณะบรรจุดินปืนมักเกิดการระเบิด แต่เพื่อให้ได้ดินปืนที่สามารถส่งตัวบั้งไฟ ซึ่งทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักมาก เช่น ไม่ไผ่และท่อเหล็ก การทำให้ดินปืนมีความแรงด้วยการคั่วดินประสิว (ขี้เจีย) ก่อนบดเป็นผง จึงยังคงมีความจำเป็น
ยิ่งในระยะต่อมามีการบรรจุดินปืนโดยใช้แม่แรงและการอัดด้วยแรงไฮดรอลิก (Hydraulic Power) การระเบิดขณะบรรจุดินปืนจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนเลาบั้งไฟเป็นท่อนพลาสลอน นอกจากการระเบิดขณะบรรจุดินปืน ความร้อนของดินปืนก็มักทำให้เลาบั้งไฟหลอมละลายขณะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
การบรรจุดินปืนในเลาบั้งไฟเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่ง เนื่องจากหากบดอัดดินปืนไม่แน่น ก็จะทำให้บั้งไฟ “ซุ” หรือมีแรงส่งไม่เพียงพอ ทำให้บั้งไฟค้างอยู่ที่ฐานจุด ซึ่งเกิดขึ้นเป็นปกติดในยุคแรก ทั้งบั้งไฟแบบเลาไม้ไผ่และเลาเหล็ก
ในระยะแรก การบดอัดดินปืนทำโดยการตำด้วยแรงคนต่อมาพัฒนาเป็นการอัดด้วยแม่แรง โดยใช้ต้นไม้เป็นตัวต้านทานแรงอัด เช่นต้นมะขาม การอัดด้วยแม่แรงเป็นการอัดจากด้านล่าง โดยด้านบนเป็นตัวต้านทางแรงอัด ช่างบั้งไฟจะเจาะต้นมะขามให้เป็นโพรงเพื่อสอดเลาบั้งไฟ และบังคับไม่ให้เลาบั้งไฟเลื่อน
ต่อมา ช่างบั้งไฟใช้วิธีอัดด้วยแรงไฮดรอลิก พร้อมกับพัฒนาโครงยึดเลาบั้งไฟโดยใช้เหล็กชนิดหนา ซึ่งประดิษฐโดยโรงกลึง ในปัจจุบันการบดอัดและบรรจุดินปืนด้วยแรงไฮดรอลิกเป็นที่นิยมกันทั่วไป ขณะเดียวกัน นอกจากการใช้ไฮดรอลิกจะช่วยทุ่นแรงแล้ว ยังสามารถบดอัดได้เร็วกว่าในอดีต ที่สำคัญคือช่างบั้งไฟคนเดียวได้ โดยไม่ต้องมีลูกมือ
บั้งไฟเลาพลาสลอนและการบดอัดด้วยแรงไฮดรอลิกจึงเป็นสูตรที่ลงตัว ทั้งกระบวนการผลิตที่ไม่ต้องใช้คนมาก ช่วยร่นเวลาในการผลิต ผลิตได้จำนวนมาก และบั้งไฟขึ้นได้สูง โดยบั้งไฟที่ทำจากท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว สามารถทำเวลาได้ถึง 900 วินาที ขณะที่บั้งไฟในอดีตทำเวลาได้เพียง 30 – 40 วินาที
ขณะที่นวัตกรรมด้านการทำบั้งไฟพัฒนาถึงขั้นสูงสุด สิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับนวัตกรรรมการทำบั้งไฟก็คือกติกาการพนันบั้งไฟ ในอดีต การแข่งขันบั้งไฟถือระยะทางเป็นเกณฑ์ โดยบั้งไฟจะพุ่งไปในแนวราบขนานกับพื้นดิน บั้งไฟบั้งใดพุ่งไปได้ไกลที่สุด ถือว่าบั้งไฟบั้งนั้นชนะการแข่งขัน
ต่อมาเมื่อประชากรมีมากขึ้น พื้นที่ว่างโล่งมีน้อยลง เกณฑ์การแข่งขันบั้งไฟจึงเปลี่ยนเป็นแข่งความสูง โดยใช้การจับเวลา บั้งไฟบั้งใดทำเวลาได้นาน บั้งไฟบั้งนั้นก็ชนะการแข่งขัน การวัดด้วยเกณฑ์การจับเวลา ทำให้มีผู้คิดประดิษฐ์บั้งไฟที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้นาน การเปลี่ยนเลาบั้งไฟจากไม้ไผ่เป็นเหล็กและท่อพลาสลอน ในอีกด้านหนึ่งก็เพื่อยึดระยะเวลาให้บั้งไฟอยู่บนท้องฟ้าได้นานขึ้นนั่งเอง ถึงขนาดมีผู้ติดร่มชูชิพและติดปีกให้บั้งไฟ
พัฒนาการสูงสุดของการทำบั้งไฟคือการนำท่อพลาสลอนมาทำเป็นเลาบั้งไฟ เมื่อเกณฑ์การตัดสินยังคงใช้ระยะเวลาที่บั้งไฟลอยอยู่ในอากาศ จึงทำให้มีผู้คิดค้นวิธีทำให้บั้งไฟลอยอยู่ในอากาศได้นานอยู่เสมอ ซึ่งส่งผลให้กติกาพนันบั้งไฟซับซ้อนมากขึ้นไปพร้อมๆ กันดังนี้

• บั้งไฟจูง
เกิดจากการเลื่อยหัวบั้งไฟให้เป็นรอยแยก เมื่อบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าแรงของดินปืนจะดันส่วนหัวให้หลุดออกจากตัวบั้งไฟ เรียกว่า “การสลัดหัว” แต่ช่างบั้งไฟก็ใช้กับตัวบั้งไฟ เมื่อบั้งไฟสลัดหัว จะทำให้บั้งไฟมีแรงส่งจากทั้งตัวบั้งและส่วนหัว โดยส่วนหัวจะอยู่ด้านหัว จะทำให้บั้งไฟมีแรงส่งจากทั้งตัวบั้งและส่วนหัว โดยส่วนหัวจะอยู่ด้านล่าง แล้วลากตัวบั้งให้ลอยตามขวาง เหมือนถูกหัวบั้งไฟจูง จึงเรียกว่า “บั้งไฟจง” ซึ่งวิธีการนี้ทำให้ทำเวลาได้ 700 วินาทีขึ้นไป
กติกา : การจับเวลาเริ่มตั้งแต่บั้งไฟทะยานขึ้นจากฐานจุด จนตัวบั้งไฟตกกระทบพื้น บั้งไฟที่ทำเวลาได้นานที่สุดเป็นผู้ชนะ

• บั้งไฟสลัดหาง
ต่อมามีผู้คิดค้นวิธีที่จะทำให้บั้งไฟอยู่ในอากาศได้นาน โดยการทำให้ส่วนโคนหางของบั้งไฟอยู่ในอากาศได้นาน โดยการทำให้ส่วนโคนหางของบั้งไฟมีรอยแยก เมื่อบั้งไฟขึ้นถึงจุดสูงสุด ส่วนหางก็จะถูกสลัดให้หลุดจากตัวบั้งไฟ ส่วนหางซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าส่วนอื่นของตัวบั้งไฟก็ลอยและร่อนอยู่ในอากาศ ซึ่งนำไปสู่การพิถีพิถันในการทำส่วนหาง โดยช่างบั้งไฟบางคนพยายามเหลาหางบั้งไฟให้บาง เพื่อให้หางร่อนและลอยอยู่ในอากาศได้นานกว่าบั้งไฟจูง โดยทำเวลาได้ 900 วินาทีขึ้นไป
กติกา : การจับเวลาเริ่มตั้งแต่บั้งไฟทะยานขึ้นจากฐานจุด จนหางบั้งไฟตกกระทบพิ้น

• บั้งไฟเหมบ
เนื่องจากบั้งไฟสองแบบแรกทำเวลามาก ส่งผลกระทบต่อคิวการจุดของบั้งไฟบั้งถัดไป และมีบ่อยครั้งที่บั้งไฟหายไปจากการจับตาของกรรมการจับเวลา (เรดาร์) เมื่อบั้งไฟหาย วงการพนันก็ถือว่าจาวหรือจุบ คือเสมอกัน ไม่มีการตัดสิน และต้องคืนเงินพนัน ทำให้กระทบต่อวงการพนัน จึงมีการหันกลับมาทำบั้งไฟแบบเดิม คือไม่มีการสลัดทั้งส่วนหัวและส่วนหาง เรียกว่า “บั้งไฟเหมบ”
“เหมบ” หมายถึงการนอนคว่ำหน้า เป็นการบอกลักษณะการตกลงพื้นของบั้งไฟที่มีส่วนประกอบครบทุกส่วน โดยร่อนลงจากท้องฟ้าคล้ายคนนอนคว่ำหน้า ซึ่งทำให้ทำเวลาได้ไม่มากเหมือนบั้งไฟสองแบบแรก หรือไม่เกิด 450 – 500 วินาที
กติกา : การจับเวลาเริ่มตั้งแต่บั้งไฟทะยานขึ้นจากฐานจุด จนตัวไฟตกกระทบพื้น โดยมีส่วนประกอบครอบทั้งหัว ตัว และหางบั้งไฟ หากมีชิ้นส่วนหลุดจากตัวบั้ง จะถือว่าไม่มีการได้ – เสีย
การพัฒนาตัวบั้งไฟ ทั้งวัสดุที่ใช้และขนาด ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงฐานจุดบั้งไฟ ในอดีต ฐานจุดบั้งไฟทำด้วยไม้ โดยวางพาดกับต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ต้นไม้ช่วยค้ำยัน มีลักษณะเป็นค้างหรือร้าน เรียกว่าค้างบั้งไฟ
ต่อมามีการทำค่างบั้งไฟโดยใช้ไม้ปักกันพื้นดิน เป็นค้างบั้งไฟที่ตั้งอยู่ได้ด้วยตัวเอง ในระยะต่อมา เนื่องจากมีการผลิตบั้งไฟที่มีน้ำหนักมาก เช่น บั้งไฟล้าน (1,200 กิโลกรัม) หรือบั้งไฟกือ (1,200 กิโลกรัม) ทำให้ค้างบั้งไฟไม่สามารถรับน้ำหนักและแรงส่งจากบั้งไฟได้ จึงมีผู้นำเสาคอนกรีตเสริมเหล็กมาทำเป็นค้างบั้งไฟ
เมื่อมีการใช้ท่อพลาสลอนเป็นเลาบั้งไฟ ทำให้บั้งไฟมีน้ำหนักเลาและขนาดของบั้งไฟก็สมดุลกับค้างบั้งไฟ รวมถึงการจัดการแข่งขันบั้งไฟเปลี่ยนมือจากคณะกรรมการหมู่บ้านหรือคุ้ม เป็น “ผู้รับเหมา” หรือ “ผู้จัด”พร้อมๆ กับการเล่นการพนันอย่างเป็นล้ำเป็นส้น ผู้จัดจึงสร้างค้างบั้งไฟให้มีขนาดที่พอเหมาะกับขนาดของบั้งไฟเลาพลาสลอน คือสร้างจากเหล็กหน้ากว้าง 3 นิ้ว สูงราว 2.5 เมตร มีรูปร่างคล้ายประตูฟุตบอล โดยเชื่อโซ่รถจักรยานยนต์เข้ากับคานเหล็กเป็นจุดๆ ราว 10 จุด เพื่อใช้โซ่คล้องตัวบั้งไฟไม่ให้เอียง
ปัจจุบัน ฐานจุดบั้งไฟมักมีทั้งสองประเภทควบคู่กัน โดยค้างบั้งไฟใช้จุดบั้งไฟใหญ่ ส่วนฐานจุดมีไว้สำหรับจุดบั้งไฟเล็ก และฐานจุดบั้งไฟสามารถจุดบั้งไฟได้พร้อมกันนับสิบบั้ง เพื่อให้เล่นการพนันได้มากขึ้น
สนามบั้งไฟ หมายถึงสถานที่ที่มีการจัดแข่งขันบั้งไฟเพื่อเล่นการพนัน จำแนกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. สนามเล็กหรือบ่อนบั้งไฟเล็ก หมายถึงสนามที่จัดแข่งขันบั้งไฟขนาดเล็ก ขนาดท่อ 3 หรือมีเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อที่ทำบั้งไฟน้อยกว่า 3 นิ้ว
2. สนามใหญ่หรือบ่อนบั้งไฟใหญ่ หมายถึงสนามที่จัดแข่งขันบั้งไฟขนาดใหญ่ หมายถึงสนามที่จัดแข่งขันบั้งไฟขนาดใหญ่ ตั้งแต่ท่อ 4 ถึงท่อ 6 ขึ้นไป ได้แก่ บั้งไฟแสน บั้งไฟล้าน บั้งไฟสิบล้าน หรือบั้งไฟกือ

w88

google fb youtube pantip blogspot yahoo ebay sanook
Google Facebook Youtube Pantip Blogsport Yahoo Ebay Sanook
live wiki amezon thairath kapook ali mthai paypal
Live Wikipedia Amezon Thairath Kapook Aliexpress >Mthai PayPal
alibaba dekdee twitter lazada kaidee hao123 msn agoda
Alibaba Dek-D Twitter Lazada Kaidee Hao123 MSN Agoda
  •  

    เปรียบเทียบ 4 คาสิโนออนไลน์ 2016



    logo-c-w88

    W88

    Rating starstarstarstarstar

    ความนิยม starstarstarstarstar

    โปรโมชั่นสมัครใหม่
    สูงสุด 6,000 บาท 100 %

    ฝากขั้นต่ำ 250 บาท

    บริการ starstarstarstarstar

    logo-c-m88

    M88

    Rating starstarstarstarstar

    ความนิยม starstarstarstarstar

    โปรโมชั่นสมัครใหม่
    สูงสุด 2,816 บาท 208 %

    ฝากขั้นต่ำ 250 บาท

    บริการ starstarstarstarstar

    logo-c-hpl

    Happy Look

    Rating starstarstarstarstar

    ความนิยม starstarstarstar

    โปรโมชั่นสมัครใหม่
    สูงสุด 5,000 บาท 200 %

    ฝากขั้นต่ำ 300 บาท

    บริการ starstarstarstarstar

    logo-c-fun88

    Fun88

    Rating starstarstarstarstar

    ความนิยม starstarstarstar

    โปรโมชั่นสมัครใหม่
    สูงสุด 5,000 บาท 200 %

    ฝากขั้นต่ำ 100 บาท

    บริการ starstarstarstarstar

  • M88 Search – เว็บแรกที่นักพนันเลือกใช้

  • power by